วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

10 นักเตะที่มีค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลก



 สมัยนี้อาชีพนักเตะไม่ใช่กระจอกๆ เพราะบรรดาพ่อค้าแข้งฝีเท้าจัดจ้าน ส่วนใหญ่แล้วมีรายรับในบัญชีมากมายมหาศาล ไม่ใช่แค่เงินที่ได้จากต้นสังกัดเท่านั้น หากหน้าตาดี หรือบุคลิกเท่ บรรดาสปอนเซอร์ต่างก็พร้อมที่จะเขียนเช็คว่าจ้างให้เป็นนายแบบ หรือนักเตะบางคนอาจจะต่อยอดความรวย หันไปลงทุนทำธุรกิจ เอาเป็นว่านักเตะแต่ละคนหากมีความสามารถมากล้น ไม่ต้องห่วงว่าจะอดตาย เพราะอย่างน้อยๆ พวกเขามีเงินให้ครอบครัวได้ใช้จนกระทั้งถึงลูกหลานเหลนโหลนเลยทีเดียว


           ขอบอกว่านักฟุตบอลสมัยนี้นอกจากฝีเท้าดี พรสวรรค์เป็นเลิศแล้ว หากเกิดมาพร้อมกับรูปทรัพย์ หล่อเหลาขั้นเทพ เงินทองยิ่งไหลมาเทมา ดูได้จาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ เดวิด เบ็คแฮม นี่ถ้า ลิโอเนล เมสซี่ สูงอีกสัก 20 เซนติเมตร คาดว่ารายได้คงมหาศาลยิ่งกว่านี้แน่นอน ฟันธงแอนด์คอนเฟิร์ม !!
10.  ฟิลิปป์ ลาห์ม (บาเยิร์น มิวนิค / เยอรมนี) ค่าเหนื่อย 11.9 ล้านปอนด์ (ราว 595 ล้านบาท) ต่อปี  

          กัปตันทีมชาติเยอรมนี มีรายได้ติดอันดับท็อปเทน จากความสำเร็จที่เขาได้รับกับ บาเยิร์น มิวนิค นอกจากนี้ ลาห์ม ยังมีรายได้จากสปอนเซอร์ด้วยการสวมรองเท้าสตั๊ดยี่ห้อ อาดิดาส ขณะเดียวกับการต่อสัญญาฉบับใหม่กับ "เสือใต้" ทำให้ตอนนี้เขาเป็นหนึ่งในยอดพ่อค้าแข้งที่มีรายได้สูงที่สุดในวงการลูกหนังโลกซึ่งเป็นครั้งแรกด้วย
 
 



9. ริคาร์โด้ กาก้า (เรอัล มาดริด / บราซิล) 12.9 ล้านปอนด์ (ราว 645 ล้านบาท) ต่อปี
 
        รายได้มหาศาลของ กาก้า มาจากสัญญาที่ทำไว้กับ เรอัล มาดริด รวมทั้งลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ซึ่งช่วยทำให้ ยอดแข้งเลือดแซมบ้า มีรายได้ติดท็อปเทน นอกจากนี้ เขายังมีสัญญากับ อาดิดาส และ อีเอ สปอร์ต ที่ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม อดีตสตาร์ เอซี มิลาน มีรายได้น้อยกว่าปีที่แล้วเกือบ 2 ล้านปอนด์ (ราว 100 ล้านบาท)





8. เฟร์นานโด ตอร์เรส (เชลซี / สเปน) 13.9 ล้านปอนด์ (ราว 695 ล้านบาท) ต่อปี           แม้ว่าฟอร์มการเล่นของ "เอล นินโญ่" ยังคงย่ำแย่นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่สัญญาที่เจ้าตัวทำไว้กับ เชลซี มีมูลค่ามากพอทำให้เขาติด 1 ใน 10 นักเตะรายได้สูงสุด ซึ่งเป็นครั้งแรกในอาชีพของเขาด้วย  นอกจากนี้ ตอร์เรส ยังมีเงินจากสปอนเซอร์ทั้ง เป๊ปซี่ และไนกี้ ซึ่งหวังว่า ดาวยิงผมทอง จะสามารถกลับมาสู่ฟอร์มที่สุดยอดให้กับทีมสเปน ในศึกยูโร 2012







7. ยาย่า ตูเร่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / ไอวอรี่ โคสต์) 14.7 ล้านปอนด์ (ราว 735 ล้านบาท) ต่อปี           ยาย่า สลัดน้ำหมึกทำสัญญาสวมรองเท้าของ พูม่า ขณะเดียวกันเจ้าตัวยังได้รับผลประโยชน์จากสัญญาที่ทำไว้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย ต้องยอมรับว่า ดาวเตะไอวอรี่โคสต์ เป็นผู้เล่นสำคัญของ "เรือใบสีฟ้า" นับตั้งแต่ที่ย้ายจาก บาร์เซโลน่า มาเล่นในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม รวมทั้งความสำเร็จในการคว้าแชมป์ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา






6. เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / อาร์เจนตินา) 15.7 ล้านปอนด์ (ราว 785 ล้านบาท) ต่อปี  
          "กุน" ก็มีอะไรที่คล้ายๆ กับ ยาย่า เพราะมี พูม่า เป็นสปอนเซอร์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือฟอร์มการเล่นของ ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินา ที่ซัดประตูคู่แข่งกระจุย ซึ่งนั่นเป็นข้อพิสูจน์ว่าเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ แมนฯ ซิตี้ จ่ายไปมันคุ้มค่าเหลือเกิน โดยเฉพาะประตูสุดท้ายของซีซั่น 2011-12 ต้องบอกว่าโคตรมหาคุ้ม







5. เวย์น รูนี่ย์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / อังกฤษ) 17.2 ล้านปอนด์ (ราว 860 ล้านบาท) ต่อปี 
          "รูน" มีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 5 ล้านปอนด์ (ราว 250 ล้านบาท) ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเขาติดอยู่ในท็อปไฟว์ของนักเตะที่มีรายได้สูงสุดในอาชีพพ่อค้าแข้งเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม การที่ ดาวเตะ "ผีแดง" ดันโดนแบน 2 เกมแรกในศึกยูโร 2012 คงทำให้สปอนเซอร์ของเขาผิดหวังไม่น้อย แต่กระนั้นทั้ง ไนกี้ และ อีเอ สปอร์ต คงจะตื่นเต้นกับฟอร์มของนักเตะที่เล่นให้ "เร้ด เดวิลส์" ในซีซั่น 2011-12







4. ซามูเอล เอโต้ (อันจิ มาคัชคาล่า / แคเมอรูน) 19.4 ล้านปอนด์ (ราว 970 ล้านบาท) ต่อปี
         ไม่ต้องแปลกใจหรอกว่าทำไม ซามูเอล เอโต้ ถึงตัดสินใจย้ายไปเล่นในลีกรัสเซีย เพราะการที่เจ้าตัวสลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญากับ อันจิ ทำให้เขาได้รับรายได้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่าเมื่อปีที่แล้ว เอาง่ายๆ ในช่วงบั้นปลายชีวิตการได้เงินก้อนโตขนาดนี้ มีใครจะกล้าปฏิเสธบ้าง
 






3. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (เรอัล มาดริด / โปรตุเกส) 24.3 ล้านปอนด์ (ราว 1,215 ล้านบาท) ต่อปี
 
         บุรุษหน้าหล่อฝีเท้าดี ลีลาเด็ด เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีค่าตัวที่สูงสุดในโลก แต่กระนั้น กัปตันทีมชาติโปรตุเกส มีรายได้ตกลงอยู่ในอันดับ 3 สำหรับปีนี้ แม้ว่าเขาจะมีเงินเพิ่มขึ้นมากกว่า 1.5 ล้านปอนด์ (ราว 75 ล้านบาท) สำหรับรายได้ของ โรนัลโด้ นอกจากค่าเหนื่อยที่ "ราชันชุดขาว" ประเคนให้แบบมหาศาลแล้ว ยังมีเงินค่าสปอนเซอร์จาก ไนกี้ ด้วยการสวมสตั๊ดรุ่น ไนกี้ เมอร์คูเรียล และ อื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ "เจ็ทโด้" ยังได้รับความนิยมในโลกไซเบอร์ด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สปอนเซอร์อยากได้เขามาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าของตน






2. เดวิด เบ็คแฮม (ลอสแองเจลิส แกแล็กซี่ / อังกฤษ) 26.2 ล้านปอนด์ (ราว 1,310 ล้านบาท) ต่อปี 
         ต้องบอกว่ารายได้ของเบ็คแฮม ส่วนใหญ่นอกจากค่าเหนื่อยกับ แอลเอ แกแล็กซี่ แล้ว เบ็คแฮม ยังมีรายได้มหาศาลจากการเป็นพรีเซนเตอร์มากมายหลายยี่ห้อ แถมล่าสุดยังเล็งเห็นอนาคตด้วยการออกผลิตภัณฑ์กางเกงชั้นในยี่ห้อ H&M ของตนเองอีกต่างหาก ต้องบอกว่าเงินทองที่ "หนุ่มเบ็คส์" หามาได้ส่วนใหญ่มีกุนซือดีที่ชื่อ วิคเตอเรีย ศรีภรรยา เพราะเธอคนนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ (ด้านการเงิน) ของ อดีตสตาร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด และ เอซี มิลาน
 





1. ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า / อาร์เจนตินา) 27.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,375 ล้านบาท) ต่อปี 
        เมสซี่กลับมาสู่เบอร์ 1 นักเตะรายได้สูงสุดในโลกแล้วจ้าาาา ขอบอกว่ารายรับของ ดาวเตะเลือดอาร์เจนไตน์ มันมากมายมหาศาลจนไม่สามารถที่จะบรรยายเป็นตัวเลขเลย การเซ็นสัญญากับเสื้อผ้ายี่ห้อ อาดิดาส ตามด้วยรับเงื่อนไขในสัญญาของบริษัทเกม อีเอ สปอร์ตส นับตั้งแต่ซีซั่น 2011-12 งานนี้ขอบอกว่า "พี่เมสส์" รับเนื้อๆเพิ่มขึ้นกว่า 8 ล้านปอนด์ (ราว 400 ล้านบาท) ตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ว่าความร่ำรวยของ เมสซี่ น่าจะครองอันดับ 1 ต่อไปอย่างน้อยก็อีก 12 เดือนข้างหน้า ยกเว้นพี่ท่านจะเบื่อกลิ่นสาปลูกหนังเลิกเล่นซะงั้น !!??




ขอขอบคุณ  http://www.siamsport.co.th/home.asp 


เมสซี่ หน้าบานเเฟนสาวตั้งท้องได้ลูกชาย

ลิโอเนล เมสซี่ พ่อค้าแข้งเลือดอาร์เจนไตน์ของ"เจ้าบุญทุ่ม"บาร์เซโลน่า ดาวเตะเบอร์หนึ่งของโลก ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการแล้วว่า!ได้จัดการยิง อันโตเนลล่า ร็อคคุซโซ่ พร้อมกับเสกเด็กเข้าไปไว้ในท้องของแฟนสาวสุดที่รักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะได้บุตรชาย 


 ภายหลังจากมีข่าวออกมาหนาหูว่า ลิโอเนล เมสซี่ พ่อค้าแข้งเลือดอาร์เจนไตน์ของ"เจ้าบุญทุ่ม"บาร์เซโลน่า ดาวเตะเบอร์หนึ่งของโลก ทำ อันโตเนลล่า ร็อคคุซโซ่ แฟนสาวท้องป่องแล้วประกอบกับได้เห็นท่าเอาลูกบอลเข้าไปไว้ในเสื้อแข่ง ซึ่งฉลองดีใจหลังจากที่ดาวเตะในวัย 24 ปีทำประตูได้ในเกมที่"ฟ้า-ขาว"เอาชนะ เอกวาดอร์ 4-0 เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา! 

     ล่าสุดเพื่อความกระจางเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ 3 สมัยติดต่อกัน กับผลงาน 72 ประตูรวมทุกรายการในฤดูกาล 2011-12 ก็ได้ออกมายอมรับแล้วว่า!"ผมไม่อยากจะพูดอะไรมากๆ และโดยเฉพาะเรื่องชีวิตส่วนตัว แต่มักจะถูกถามตลอดเวลา ครั้งนี้ก็เช่นกันผมก็จะขอแจ้งข่าวดีพร้อมกับแบ่งปันความสุขที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง และส่วนตัวผมคิดว่าผมคงจะได้ลูกชาย" 








                     ขอขอบคุณ http://www.rakball.net/home.php

คุณคิดว่าใครระหว่าง Cristiano Ronaldo vs Lionel Messi ใครจะเจ๋งกว่ากัน มาดูคลิปนี้กัน

พรีวิวก่อนเกมส์ยูโร 2012 อังกฤษ Vs ยูเครน


 

อังกฤษ Vs ยูเครน
วันที่ 19/06/2012 เวลา 01:45
สนามแข่งขัน ดอนบาส อารีน่า
ถ่ายทอดสด: ช่อง3









ปรีวิว ฟุตบอล ยูโร 2012รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย กลุ่มดี
วันอังคารที่ 19 มิถุนายน 2555
อังกฤษ       -       ยูเครนเวลา : 01.45 น.     ถ่ายทอดสด : ช่อง 3

สนาม: ดอนบาสส์ อารีน่า, โดเนตส์ค

        อังกฤษ สถานการณ์มาดีเกินคาดของหลายฝ่าย เสมอ ฝรั่งเศส นัดแรก 1-1 และเบียดชนะ สวีเดน 3-2 นัดต่อมา ทำให้สามารถดึง 1 แต้มจากนัดนี้ได้เพื่อเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ทว่าถ้าแพ้ ก็สามารถตกรอบได้เหมือนกัน
        รอย ฮ็อดจ์สัน นายใหญ่สิงโตคำราม มีปัญหาอยู่เพียงจุดเดียวคือสภาพร่างกายของ ธีโอ วัลค็อตต์ ปีกความเร็วสูงจากอาร์เซน่อล ที่ลงสำรองไปเปลี่ยนเกมช่วยทีมทุบ สวีเดน แต่ก็บาดเจ็บในเกมนั้น

        วัลค็อตต์ ไม่ได้ซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ แต่ก็เดินทางไปยังสนามซ้อมกับทีมด้วยในวันจันทร์ ทว่าการปิดประตูไม่ให้สื่อเข้าชม ทำให้ไม่มีความเคลื่อนไหวว่า วัลค็อตต์ สามารถลงซ้อมได้หรือยัง

        อย่างไรก็ตาม หากว่าเรียกฟิตทัน วัลค็อตต์ ก็น่าจะเป็นสำรองไปตามเดิม โดยตำแหน่งริมเส้นฝั่งขวาต้องแย่งกันระหว่าง เจมส์ มิลเนอร์ มิดฟิลด์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีประสบการณ์มากกว่า กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ดาวรุ่งค่ายปืนโต ที่จัดจ้านกว่ากันเรื่องความเร็ว

        ฮ็อดจ์สัน ได้ เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงเบอร์หนึ่งของทีม พ้นโทษแบน 2 นัดกลับมาแล้ว และจะมีชื่อเป็นตัวจริงทันที ทำให้คนที่หลุดต้องเลือกระหว่าง แดนนี่ เวลเบ็ค หรือ แอนดี้ แคร์โรลล์ ซึ่งยิงประตู สวีเดน มาทั้งคู่ โดยคาดว่า แคร์โรลล์ น่าจะเป็นฝ่ายที่หลุดไป เนื่องจาก รูนี่ย์ คุ้นเคยในการเล่นร่วมกับ เวลเบ็ค มาตลอดทั้งซีซั่นที่ผ่านมา

        การจัดทีมจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรนัก เนื่องจากยังคงต้องการ 1 แต้มเป็นอย่างน้อยที่สุด ในระบบ 4-4-2 จอห์น เทอร์รี่ ปักหลักเซนเตอร์เบ็กกับ โจลีออน เลสค็อตต์

        กองกลางนำโดย สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีม ยืนตรงกลางคู่กับ สกอตต์ พาร์เกอร์ โดยมี แอชลี่ย์ ยัง ขึ้นริมเส้นฝั่งซ้าย ส่วนฝั่งขวาต้องเลือกระหว่าง มิลเนอร์ กับ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน

        ส่วนคู่กองหน้า เวย์น รูนี่ย์ จะลงยืนตัวจริงคู่กับ แดนนี่ เวลเบ็ค

        ฟาก ยูเครน ต้องการชัยชนะสถานเดียวเท่านั้น เพื่อผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ หลังจากมี 3 แต้มใน 2 เกมแรกที่ชนะ สวีเดน 2-1 และแพ้ ฝรั่งเศส 0-2 เท่ากับคะแนนตามหลังทั้ง อังกฤษ และ ฝรั่งเศส ไม่มีช่องว่างสำหรับผลการแข่งขันอื่น นอกเหนือจากชัยชนะ

        โอเล็ค บล็อคคิน นายใหญ่ยูเครน ไม่มีปัญหาเรื่องติดโทษแบน ทว่าดาวยิงคตัวความหวังอย่าง อังเดร เชฟเชนโก้ กัปตันทีม โดนอัดหนักจากเกมกับ ฝรั่งเศส จนบาดเจ็บ ยังต้องลุ้นถึงนาทีสุดท้ายว่าจะผ่านความฟิตหรือไม่

        หากว่าลงไม่ไหว อาร์เต็ม มิเลฟสกี้ หรือ มาร์โค เดวิช คนใดคนหนึ่ง จะลงทำเกมรุกแทนที่

        ที่เหลือนอกจากนั้นไม่น่ามีความเปลี่ยนแปลง ระบบการเล่น 4-2-3-1 อังเดร เปียตอฟ เฝ้าเสา แผงหลังประกอบด้วย โอเล็ก กูเซฟ, ทาราส มิคาลิค, เยฟเกน คาเชริดี้, เยฟเกน เซลิน

        แดนกลางมี อนาโตลี ติโมชุค กับ เซอร์เก นาซาเรนโก้ เป็นคู่กลาง โดยมี อังเดร ยาร์โมเลนโก้ กับ เยฟเก้น โคโนเปลียนก้า เป็นสองตัวริมเส้น และ อังเดร โวโรนิน ที่เคยผ่านประสบการณ์บอลอังกฤษมาแล้ว กับการสังกัดลิเวอร์พูล ยืนตัวรุกตรงกลาง

        หน้าเป้าเป็น เชฟเชนโก้ แต่หากว่า "เชว่า" เล่นไม่ไหว โวโรนิน น่าจะถูกดันขึ้นยืนหัวหอกแทน และให้ เดวิช หรือ มิเลฟสกี้ ลงเดินเกมรุก


รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
        อังกฤษ : โจ ฮาร์ท - เกล็น จอห์นสัน, จอห์น เทอร์รี่, โจลีออน เลสค็อตต์, แอชลี่ย์ โคล - แอชลี่ย์ ยัง, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, สกอตต์ พาร์เกอร์, เจมส์ มิลเนอร์ (อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน) - แดนนี่ เวลเบ็ค, เวย์น รูนี่ย์

        ยูเครน : อังเดร เปียตอฟ - โอเล็ก กูเซฟ, ทาราส มิคาลิค, เยฟเกน คาเชริดี้, เยฟเกน เซลิน - อนาโตลี ติโมชุค,  เซอร์เก นาซาเรนโก้ - อังเดร ยาร์โมเลนโก้, อังเดร โวโรนิน, เยฟเกน โคโนเปลียนก้า - อังเดร เชฟเชนโก้ (มาร์โค เดวิช)

        ผู้ตัดสิน : วิคเตอร์ คัสไซ (ฮังการี)

ผู้เล่นที่ติดโทษของทั้งสองทีมอังกฤษ :ติดโทษแบน : ไม่มี
ใบเหลือง : แอชลี่ย์ ยัง , อเล็กซ์ ออกเลด แชมเบอร์เลน , เจมส์ มิลเนอร์
ยูเครน :ติดโทษแบน : ไม่มี
ใบเหลือง : เยฟเฮน เซลิน , อนาโตลี ติโมชุค


ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

อันดับ ฟีฟ่า- อังกฤษ อันดับ 6
- ยูเครน อันดับ 52
สภาพอากาศ : อาจมีฝน
- อุณหภูมิสูงสุด 20 เซลเซียส
- อุณหภูมิต่ำสุด 11 เซลเซียส


สถิติที่เคยพบกันของทั้งคู่- 10/10/09 ยูเครน  1 - 0  อังกฤษ  ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
- 02/04/09 อังกฤษ  2 - 1 ยูเครน  ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
- 18/08/04 อังกฤษ  3 - 0  ยูเครน   กระชับมิตร
- 31/05/00 อังกฤษ  2 - 0  ยูเครน   กระชับมิตร


ผลงาน10นัดหลังสุด
อังกฤษ :
- 03/09/11  ชนะ บัลแกเรีย 3-0 (เยือน)  ยูโรรอบคัดเลือก
- 07/09/11  ชนะ เวลส์ 1-0 (เหย้า)  ยูโรรอบคัดเลือก
- 08/10/11  เสมอ มอนเตเนโกร 2-2 (เยือน)  ยูโรรอบคัดเลือก
- 13/11/11  ชนะ สเปน 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร
- 16/11/11  ชนะ สวีเดน 1-0 (เหย้า)กระชับมิตร
- 01/03/12 แพ้ ฮอลแลนด์ 2-3 (เหย้า)  กระชับมิตร
- 27/05/12 ชนะ นอร์เวย์ 1-0 (เยือน)  กระชับมิตร
- 02/06/12  ชนะ เบลเยี่ยม 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร
- 11/06/12 เสมอ ฝรั่งเศส 1-1 (สนามกลาง) ยูโร 2012
- 15/06/12 ชนะ  สวีเดน 3-2 (สนามกลาง) ยูโร 2012

ยูเครน : - 08/10/11 ชนะ บัลแกเรีย 3 - 0 (เหย้า)กระชับมิตร
- 12/10/11 ชนะ เอสโตเนีย  2-0 (เยือน)กระชับมิตร
- 12/11/11 เสมอ เยอรมัน 3 - 3 (เหย้า)กระชับมิตร
- 16/11/11 ชนะ ออสเตรีย 2 - 1 (เหย้า)กระชับมิตร
- 01/03/12 ชนะ อิสราเอล  3-2 (เยือน)กระชับมิตร
- 29/05/12 ชนะ เอสโตเนีย 4 - 0 (เหย้า)กระชับมิตร
- 02/06/12 แพ้  ออสเตรีย 2-3 (เยือน)กระชับมิตร
- 06/06/12 แพ้  ตุรกี 0-2 (เยือน)กระชับมิตร
- 11/06/12 ชนะ สวีเดน 2-1(เหย้า)ยูโร2012
- 15/06/12 แพ้ ฝรั่งเศส 0-2 (เหย้า) ยูโร 2012


ข้อมูลสนามแข่งขัน




ชื่อ : ดอนบาส อารีน่า

เมือง : โดเนทส์ค
ความจุ : 50,000
สโมสรที่ใช้ : ชัคเตอร์ โดเนทส์ค
เปิดใช้ : สิงหาคม ปี 2009

ขอขอบคุณ 
http://www.siamsport.co.th/home.asp

พรีวิวก่อนเกมส์ยูโร 2012





สวีเดน Vs ฝรั่งเศส

วันที่ 19/06/2012 เวลา 01:45
สนามแข่งขัน โอลิมปิก สเตเดี้ยม
ถ่ายทอดสด: ช่อง9










ปรีวิว ฟุตบอล ยูโร 2012 รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย กลุ่ม ดี.วันอังคารที่ 19 มิถุนายน 2555สวีเดน      -       ฝรั่งเศสเวลา : 01.45 น.     ถ่ายทอดสด : ช่อง 9

สนาม : โอลิมปิก สเตเดี้ยม (เคียฟ, ยูเครน)

        ทีมชาติสวีเดน ที่กระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่ม ยูโร 2012 ไปแล้ว จะส่งท้ายทัวร์นาเม้นต์ด้วยการพบ ฝรั่งเศส จ่าฝูงกลุ่มดี. ที่โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน โดย ตราไก่มีโอกาสสูงมากที่จะผ่านเข้าไปเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป

        สำหรับ ไวกิ้ง ตกรอบแบ่งกลุ่มเป็นทีมที่ 2 ของทัวร์นาเม้นต์ต่อจาก สาธารณรัฐไอร์แลนด์ หลังจากพวกเขาเป็นบ๊วยกลุ่มดี. ไม่มีสักแต้มเดียว ด้วยผลงานแพ้ ยูเครน ชาติเจ้าภาพร่วม 1-2 ที่โอลิมปิก สเตเดี้ยม เมื่อวันจันทร์ 11 มิถุนายน และพ่าย อังกฤษ 2-3 ที่เคียฟเช่นเดียวกัน

        เอริค ฮัมเรน กุนซือสวีเดนวัย 54 ปีที่เคยนำทีม อัลบอร์ก คว้าแชมป์เดนิช ซูเปอร์ลีกา 2008 และนำ โรเซนบอร์ก ได้แชมป์พรีเมียร์ ลีกของนอร์เวย์ ปี 2009, 2010 ยังส่งคีย์แมนอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงเอซี มิลาน กัปตันทีม และ คิม คัลล์สตรอม มิดฟิลด์โอลิมปิก ลียง นำทัพ

        ฮัมเรนน่าจะส่ง โอล่า ทอยโวเน่น ดาวยิงพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เล่นกองหน้าตัวเป้า แม้ว่า มาร์คุส โรเซนเบิร์ก หัวหอกฟิตสมบูรณ์ดี

        แต่ในรายของ โยฮัน เอลมานเดอร์ กองหน้ากาลาตาซารายบาดเจ็บเท้า ไม่สามารถลงเล่นได้เช่นเดียวกับ ราสมุส เอล์ม ปีกซ้ายที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา

        อย่างไรก็ตามทีมได้ โยนาส โอลส์สัน เซนเตอร์แบ็กวัย 29 ปี จากเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน กลับมาทันเวลาแข่งขัน หลังจากเขาออกจากแค้มป์ทีมชาติชั่วคราว เพื่อกลับไปดูภรรยาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอดร่วมกับญาติๆ ที่กรุงสต็อคโฮล์ม

        โลร็องต์ บล็องก์ เซเล็กซิยอนเนอร์ทีมชาติฝรั่งเศสนำทีมไม่แพ้ใคร 23 เกมติดต่อกัน โดยเป็นการชนะ 16 เสมอ 7 นัด หลังจากชนะ ยูเครน ชาติเจ้าภาพร่วม 2-0 ที่ดอนบาส อารีน่า ในโดเนตส์ค ประเทศ ยูเครน ในยูโร 2012 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ ตราไก่ สามารถคว้าชัยชนะนัดแรกในการเล่นทัวร์นาเม้นต์ รอบสุดท้าย ตั้งแต่ชนะ โปรตุเกส 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2006

        ส่วนเกมแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ตราไก่ เสมอ อังกฤษ 1-1 ที่ดอนบาส อารีน่า เมื่อวันจันทร์ 11 มิถุนายน

        และ บล็องก์ ได้ โยอัน กาบาย มิดฟิลด์ตัวรับหายเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาลงเล่นเคียงข้าง อาลู ดิยาร์ร่า กองกลางโอลิมปิก มาร์กเซย ขณะที่ ยันน์ เอ็มวีล่า มิดฟิลด์ตัวรับแรนส์วัย 21 ปีหายเจ็บข้อเท้าขวา แต่น่าจะเป็นตัวสำรอง เพราะ ดิยาร์ร่า เล่นได้ดีมาตลอดในสองเกมที่ผ่านมา

        ส่วนผู้เล่นตัวหลักคนอื่นๆ ลงสนามได้ครบครันนำโดย ฟร้องค์ ริเบรี่ มิดฟิลด์ตัวรุกบาเยิร์น มิวนิค, ซามีร์ นาสรี่ สตาร์แมนเชสเตอร์ ซิตี้, คาริม เบนเซม่า กองหน้าเรอัล มาดริด และ อูโก้ โยริส นายทวาร กัปตันทีม 

        นัดนี้ บล็องก์ จะเน้นเกมรุก ด้วยการส่ง เฌเรมี่ เมเนซ, ซามีร์ นาสรี่, ฟร้องค์ ริเบรี่ ประสานงานร่วมกัน โดย กาแอล กลิชี่ กองหลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าจะยึดตำแหน่งแบ็กซ้ายได้ต่อไป นั่นหมายความว่า ปาทริซ เอวร่า แบ็กซ้ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะนั่งสำรอง

        และก่อนเกมเริ่มต้น นักเตะทั้งสองทีมพร้อมแฟนบอลในสนามจะยืนสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อไว้อาลัยให้กับ เธียร์รี่ โรล็องด์ นักข่าวกีฬาและผู้บรรยายกีฬาฟุตบอลชื่อดังของประเทศฝรั่งเศสที่เสียชีวิตเมื่อเช้าวันเสาร์ 16 มิถุนายน ด้วยโรคเลือดสมอง ขณะอายุ 74 ปี

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

        สวีเดน :
 อันเดรียส อิซัคส์สัน - มิคาเอล ลุสติก, โอลอฟ เมลเบิร์ก, โยนาส โอลส์สัน, มาร์ติน โอลส์สัน - อันเดอร์ส สเวนส์สัน, คิม คัลล์สตรอม - เอมีร์ บายรามี่, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (กัปตันทีม), คริสเตียน วิลเฮล์มส์สัน - โอล่า ทอยโวเน่น

        ฝรั่งเศส
 : อูโก้ โยริส (กัปตันทีม) - มาติเยอ เดอบูชี่, อาดิล รามี่, ฟิลิปป์ เม็กแซส, กาแอล กลิชี่ - อาลู ดิยาร์ร่า, โยอัน กาบาย - เฌเรมี่ เมเนซ, ซามีร์ นาสรี่, ฟร้องค์ ริเบรี่ - คาริม เบนเซม่า

        ผู้ตัดสิน
 :
 เปโดร โปรเอนก้า (โปรตุเกส)

ผู้เล่นติดโทษของทั้งสองทีม
สวีเดน :
ติดโทษแบน : ไม่มี
ใบเหลือง : คิม คัลล์สตรอม,ราสมุส เอล์ม,โอลอฟ เมลเบิร์ก,โยนาส โอลส์สัน,อันเดอร์ส สเวนส์สัน


ฝรั่งเศส :
ติดโทษแบน  :
 ไม่มี
ใบเหลือง : เฌเรมี่ เมเนซ,มาติเยอ เดอบูชี่,ฟิลิปป์ เม็กแซส 


อันดับฟีฟ่าสวีเดน : อันดับ 17
ฝรั่งเศส : อันดับ 14


สภาพอากาศ : แจ่มใส- อุณหภูมิสูงสุด 28 เซลเซียส- อุณหภูมิต่ำสุด 15 เซลเซียส


สถิติที่เคยพบกันของทั้งคู่
- 22/08/93 สวีเดน1 - 1ฝรั่งเศส บอลโลกรอบคัดเลือก
- 28/04/93 ฝรั่งเศส2 - 1สวีเดน บอลโลกรอบคัดเลือก
- 10/06/92 สวีเดน 1 - 1ฝรั่งเศส  ยูโรรอบสุดท้าย
- 05/09/79 สวีเดน1 - 3ฝรั่งเศส  ยูโรรอบคัดเลือก
- 01/09/78 ฝรั่งเศส 2 - 2สวีเดน  ยูโรรอบคัดเลือก
- 01/11/69 ฝรั่งเศส 3 - 0 สวีเดน  บอลโลกรอบคัดเลือก
- 15/10/69 สวีเดน 2 - 0 ฝรั่งเศส  บอลโลกรอบคัดเลือก


ผลงาน10นัดหลังสุด
สวีเดน : - 07/10/11 ชนะ ฟินแลนด์ 2-1 (เยือน)ยูโรรอบคัดเลือก
- 12/10/11 ชนะ ฮอลแลนด์ 3 - 2 (เหย้า)ยูโรรอบคัดเลือก
- 12/11/11 แพ้ เดนมาร์ก 0-2 (เยือน)กระชับมิตร
- 16/11/11  แพ้ อังกฤษ 0-1 (เยือน)กระชับมิตร
- 18/01/12  ชนะ บาห์เรน  2-0 (เยือน)กระชับมิตร
- 01/03/12  ชนะ โครเอเชีย 3-1 (เยือน)กระชับมิตร
- 31/05/12  ชนะ ไอซ์แลนด์  3 - 2  (เหย้า)กระชับมิตร
- 06/06/12  ชนะ  เซอร์เบีย  2 - 1  (เหย้า)กระชับมิตร
- 11/06/12 แพ้  ยูเครน 1-2 (เยือน)ยูโร2012
- 15/06/12 แพ้ อังกฤษ 2-3 (สนามกลาง)ยูโร2012

ฝรั่งเศส :
- 08/10/11  ชนะ แอลเบเนีย  3-0 (เหย้า)  ยูโรรอบคัดเลือก
- 12/10/11  เสมอ บอสเนีย  1-1 (เหย้า)  ยูโรรอบคัดเลือก
- 12/11/11  ชนะ อเมริกา  1-0 (เหย้า) กระชับมิตร
- 16/11/11  เสมอ เบลเยี่ยม  0-0 (เหย้า)  กระชับมิตร
- 01/03/12  ชนะ เยอรมัน  2-1 (เยือน)  กระชับมิตร
- 28/05/12  ชนะ  ไอซ์แลนด์  3-2 (เหย้า)  กระชับมิตร 
- 01/06/12  ชนะ  เซอร์เบีย  2-0 (เหย้า) กระชับมิตร
- 06/06/12  ชนะ เอสโตเนีย  4-0 (เหย้า)  กระชับมิตร
- 11/06/12 เสมอ อังกฤษ  1-1(สนามกลาง)ยูโร2012
- 15/06/12 ชนะ ยูเครน  2-0(สนามกลาง)ยูโร2012


ข้อมูลสนามแข่งขัน





โอลิมปิก สเตเดี้ยม

เมือง : เคียฟ
ความจุ : 60,000
สโมสรที่ใช้ : ดินาโม เคียฟ
เปิดใช้ : ตุลาคม ปี 2011

ขอขอบคุณ http://www.siamsport.co.th/home.asp

โอ้ปิดกล่องเลี่ยนยิงยักษ์เขียว2:0เข้ารอบ8ทีม

มาริโอ บาโลเตลลี่ซัดปิดท้ายช่วย"อัซซูรี่"อิตาลี เอาชนะ"ยักษ์เขียว"ไอร์แลนด์ 2:0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเเบบต้องลุ้น ในศึกยูโร2012 


เริ่มเกม 

     เริ่มเกมมาเเค่ 2 นาทีเเรกทีม"อัซซูรี่"อิตาลีที่ได้ลุ้นทำประตูก่อน จากลูกวอลเลย์ด้วยขวาของดานิเอเล่ เด รอสซี่เเต่บอลหลุดเสาออกไป

     นาทีที่ 16 เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติได้โอกาสยิงไกลด้วยขวา เเต่บอลเหินข้ามคานออกไป

     นาทีที่ 29 เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติตวัดบอลจากด้านฝั่งซ้าย มาให้กับอันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ได้ยิง เเต่จังหวะสุดท้ายฌอน เซนต์ เล็ดเจอร์สกัดบอลออกจากเส้นปากประตูออกไปได้

     นาทีที่ 35 อันเดรีย ปีร์โล่เปิดบอลจากด้านฝั่งซ้าย เข้ามาให้อันโตนิโอ คาสซาโน่วิ่งสอดขึ้นมาโขกบอลที่เสาเเรกเข้าไปตุงตาข่าย พร้อมกับเป็นประตูให้ อิตาลี ขึ้นนำ ไอร์แลนด์ 1:0 

     นาทีที่ 59 เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติตวัดบอลจากด้านฝั่งซ้าย มาให้กับอันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ได้ยิง เเต่ริชาร์ด ดันน์ล้มตัวบล็อกเอาไว้ได้ 

     นาทีที่ 67 อันเดรีย ปีร์โล่ได้โอกาสยิงฟรีคิกด้วยขวา เเต่บอลโด่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย 

     นาทีที่ 78 เดเมี่ยน ดั๊ฟฟ์เขี่ยลูกฟรีคิกมาให้กับคีธ แอนดรูว์สได้ซัดด้วยเท้าขวา เเต่ไปตรงจานลุยจิ บุฟฟ่อน ล้มตัวปัดออกไปได้

     นาทีที่ 90 เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติเปิดลูกเตะมุมจากด้านฝั่งขวา ให้กับมาริโอ บาโลเตลลี่ได้เอี้ยวตัวยิงผ่านเชย์ กิฟเว่นเข้าไปตุงตาข่าย 




ขอขอบคุณ http://www.rakball.net/overview.php?c=11&id=55280

เสียรักไม่ได้

กระทิงดุสเปนเฉือนชนะตราหมารุกโครเอเชียไปอย่างสนุก

 เริ่มเกม 
     ทีม"กระทิงดุ"สเปน เป็นฝ่ายเขี่ยบอลเริ่มเกมในครึ่งเวลาเเรก โดยจะบุกจากขวาไปซ้าย

     นาทีที่ 4 สเปนได้โอกาสลุ้นทำประตูก่อน จากจังหวะที่ชาบี้ เฮอร์นานเดซเปิดลูกเตะมุมจากด้านฝั่งซ้าย เข้ามาให้กับเฟอร์นานโด ตอร์เรสได้โหม่ง เเต่บอลหลุดเสาออกไป

     นาทีที่ 11 ดาบิด ซิลบาไหลบอลทะลุช่องเเนวรับโครเอเชียให้อันเดรส อิเนียสต้าหลุดขึ้นไปยิงด้านฝั่งซ้าย เเต่เบาเกินไปทำให้สติเป้ เปลติโคซ่าล้มตัวรับเอาไว้ได้ 

     นาทีที่ 22 เฟอร์นานโด ตอร์เรสได้โอกาสซัดมุมเเคบจากด้านริมเส้นฝั่งขวา เเต่สติเป้ เปลติโคซ่าออกมาปิดมุมได้ดีจึงรับเอาไว้ได้ 

     นาทีที่ 24 ลูก้า โมดริชไหลบอลให้มาริโอ มานชูคิชหลุดขึ้นมาด้านฝั่งซ้าย เเต่จังหวะสุดท้ายยิงเบาเกินไปทำให้อีเกร์ กาซียาสล้มตัวรับเอาไว้ได้ 

     นาทีที่ 30 ชาบี อลอนโซ่จ่ายบอลให้ดาบิด ซิลบาหลุดขึ้นมาด้านฝั่งขวา ก่อนจะได้ยิงเเต่สติเป้ เปลติโคซ่าล้มตัวรับไว้ได้ 





     ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูได้ หมดเวลาครึ่งเเรก โครเอเชีย 0 : 0 สเปน 

      หมดครึ่งเวลาเเรก 

     ทีม"ตราหมากรุก"โครเอเชีย เป็นฝ่ายเขี่ยบอลเริ่มเกมในครึ่งเวลาหลัง โดยจะบุกจากขวาไปซ้าย

     นาทีที่ 57 โครเอเชียได้โอกาสลุ้นทำประตู เมื่อลูก้า โมดริชเปิดบอลมาให้กับอิวาน ราคิติชได้โหม่งระยะเผาขน เเต่อีเกร์ กาซียาสพุ่งปัดออกไปได้

     นาทีที่ 65 ชาบี้ เฮอร์นานเดซเปิดลูกเตะมุมจากด้านฝั่งขวามาให้กับเซอร์คิโอ รามอสได้โหม่ง เเต่บอลเหินข้ามคานออกไป 

     นาทีที่ 78 อิวาน เปริซิชได้โอกาสวอลเลย์ด้วยขวา เเต่อีเกร์ กาซียาสล้มตัวรับเอาไว้ได้ 

     นาทีที่ 83 เชส ฟาเบรกาสกระดกบอลข้ามเเนวรับโครเอเชียด้านฝั่งซ้าย ไปให้กับอันเดรส อิเนียสต้าได้ยิง เเต่ก็โดนสติเป้ เปลติโคซ่าปัดทิ้งออกไปได้ 

     นาทีที่ 88 เชส ฟาเบรกาสกระดกบอลข้ามเเนวรับโครเอเชีย ให้อันเดรส อิเนียสต้าหลุดกัปดักล้ำหน้า ก่อนจะจ่ายถวายพานให้เฆซุส นาบาสยิงเข้าไป พร้อมกับเป็นประตูให้ สเปน ได้ประตูขึ้นนำ 1:0 

     ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่สามารถพังประตูได้ จบเกม สเปน เอาชนะ โครเอเชีย 1:0 พร้อมกับผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยการเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม C
 
ขอขอบคุณ http://www.rakball.net/overview.php?c=11&id=55279





ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อก

ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อก บล็กนี้เป็นบล็กส่วนตัวที่ใช้ประกอบการเรียนในรายวิชาอินเตอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน
ภาคเรียนที่ 1 พ.ศ 2555